หลักเบื้องต้นในการแก้ไข เมื่อสัตว์เลี้ยง ถูกงูหรือสัตว์มีพิษกัด
อากาศบ้านเราไม่แน่ไม่นอน เดี๋ยวแแดดออก เดี๋ยวฝนตก บางพื้นที่ก็มีน้ำท่วมขัง ภัยอย่างหนึ่ง ที่อาจเกิดกับสัตว์เลี้ยง ในช่วงฝนตกน้ำท่วมขัง คือการโดนงูหรือสัตว์มีพิษกัด
สิ่งที่เราควรรู้คืองูพิษจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
งูที่มีพิษต่อระบบประสาท ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูสามเหลี่ยม เป็นต้น โดยที่พิษของงูในกลุ่มนี้จะทำให้สัตว์เป็นอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด
งูที่มีพิษต่อระบบเลือด ได้แก่ งูเขียวหางไหม้ งูแมวเซา งูกะปะ เป็นต้น ซึ่งพิษของงูนี้จะทำให้เกิดภาวะเลือดออกผิดปกติ ไตวายหรือเกิดเนื้อตายได้
งูที่มีพิษต่อกล้าเนื้อ ได้แก่ งูทะเล
หากเจ้าตัวน้อยของท่านโดยงูพิษกัดก็อย่างเพิ่งตกใจไปนะครับ ตั้งสติให้ดี อย่าตระหนก แล้วจึงเริ่มต้นวิธีในการแก้ไขดังนี้ครับ
1) ทำให้สัตว์สงบ อยู่นิ่งในท่านอนราบ
2) ล้างบริเวณแผลที่ถูกกัดด้วยน้ำสะอาดและสบู่แล้วพันแผลไว้
3) รีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อฉีดเซรุ่มแก้พิษงูต่อไป
หากบริเวณที่โดนกัดเป็นบริเวณเท้าหรือปลายเท้า อาจทำการขันเชนาะเพื่อป้องกัน การกระจายของพิษด้วยก็ได้ แต่หากแผลอยู่ที่ปากหรือภายในช่องปาก (ซึ่งพบได้บ่อย เนื่องจากเจ้าตัวน้อยมักพยายามจะกัดงู) อาจทำให้เห็นบาดแผลได้ยาก
เจ้าของสัตว์ควรที่จะจำลักษณะของงูหรือชนิดของงูถ้าทราบ หากสามารถจับงูได้หรือมีซากงูด้วยควรนำไปให้สัตวแพทย์ดูเพื่อให้ทราบถึงชนิดของงูด้วย จะทำให้สัตวแพทย์สามารถเลือกใช้เซรุ่มในการแก้พิษงูได้เหมาะสม
นอกจากงูแล้วสัตว์มีพิษอีกชนิดหนึ่งที่มักพบในภาวะน้ำท่วมได้แก่ตะขาบ โดยตะขาบจะทำให้เกิดการบวมแดง ร้อนและเจ็บปวด สำหรับในรายที่รุนแรงอาจเกิดภาวะ ไตวายได้
วิธีแก้ไขในรายที่โดนตะขาบกัดคือการล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลายๆครั้ง แล้วใช้ น้ำแข็งหรือผ้าชุบน้ำเย็น (ควรชุบทุก 5 นาทีเพื่อให้ผ้าที่ชุบคงความเย็นอยู่ตลอด) นานประมาณ 20 นาทีแล้วจึงนำส่งสัตวแพทย์
คางคกก็เป็นสัตว์มีพิษอีกชนิดหนึ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อเจ้าตัวน้อยได้เช่นกัน คางคก จะสามารถพ่นพิษได้โดยสุนัขมักถูกพิษบริเวณใบหน้าและปาก ทำให้มีอาการน้ำลายไหลมาก และหน้าบวม วิธีแก้ไขคือการทำให้สุนัขสงบลง เช็ดน้ำลายออกแล้วให้รีบนำส่งสัตวแพทย์ เพื่อฉีดยาในการลดอาการแพ้
หวังว่าบทความในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านและเจ้าตัวน้อยของท่านนะครับ ทางที่ดีขอให้อย่าได้เจอกับสัตว์มีพิษเหล่านี้เลย แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้และเกิดขึ้นจริงก็อย่าลืมตั้งสติ และทำตามขั้นตอนเหล่านี้นะครับ เพื่อสวัสดิภาพของเจ้าสัตว์เลี้ยงแสนรักของเรา
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ข้อมูล : อ.น.สพ.ชัยยศ ธารรัตนะ แนวหน้า 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
photo credit : dailymail.co.uk
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น